จังหวะอัดแรง (backswing) คือจังหวะช่วงเหวี่ยงไม้ปิงปองไปด้านหลัง ซึ่งนักปิงปองที่ชำนาญสามารถตีลูกปิงปองได้แรงและเร็วเพราะเขามีจังหวะอัดแรงที่ดีกว่านักปิงปองมือใหม่อย่างชัดเจน เริ่มจากการคาดการณ์ว่าคู่ต่อสู้จะส่งลูกมาทางไหนแล้วเคลื่อนตัวไปเตรียมตัวให้พร้อม จากนั้นจึงถ่ายน้ำหนักมาลงที่เท้าหลัง งอขาหลังลง บิดเอวจนกระทั่งไหล่อีกข้างหนึ่งชี้ไปทางคู่ต่อสู้ แล้วเหวี่ยงแขนอัดแรงไปทางด้านหลัง

นักปิงปองมือใหม่หรือคนที่เพิ่งเริ่มเล่นปิงปองมักกลัวว่าจะตีลูกปิงปองกลับไปไม่ทัน โค้ชบางคนจึงมักสอนว่าไม่ต้องเหวี่ยงแขนไปด้านหลังหรอก แค่ตั้งหน้าไม้รอให้ลูกวิ่งมีกระทบแล้วจึงออกแรงเหวี่ยงไม้ออกไปช่วยทำให้เล่นลูกเร็วได้ง่ายและช่วยทำให้เล่นปิงปองเป็นได้เร็วขึ้น แต่วิธีนี้นอกจากไม่สามารถตีกลับไปได้แรงแล้ว ยังทำให้เสียพลังจากการเหวี่ยงแขนหลังจากที่ลูกกระเด้งออกจากไม้ปิงปองโดยไม่จำเป็น

ควรใช้จังหวะอัดแรงในความเร็วพอๆกับความเร็วของลูกปิงปองที่คู่ต่อสู้ตีมาและจบจังหวะอัดแรงในขณะเดียวกันกับจังหวะที่ลูกปิงปองกระทบโต๊ะ

จากการวิจัยพบว่าแชมป์ปิงปองใช้จังหวะอัดแรงโดยเหวี่ยงไม้ไปด้านหลังลึกกว่านักปิงปองมือใหม่อย่างมาก มีระยะทางจากปลายสุดของช่วงอัดแรงถึงจุดที่กระทบลูกมากกว่าหรือพอๆกับระยะ follow through ทีเดียว และเสียเวลาในจังหวะการอัดแรง 65 - 70% ของการตี โดยในจังหวะที่ไม้กระทบลูกนั้นต้องมีความเร็วของไม้สูงที่สุด พอส่งลูกออกจากไม้ไปแล้วความเร็วของวงเหวี่ยงจะช้าลงเพื่อประหยัดพลัง

  • ถ้าต้องการตีกลับแบบตบหรือ drive จะเหวี่ยงไม้ลงไปต่ำกว่าระดับโต๊ะไม่มากนัก แล้วสวิงไม้ไปข้างหน้ามากกว่าขึ้นข้างบน โดยควบคุมหน้าไม้ให้ตั้งฉากกับพื้นหรือปิดหน้าไม้เล็กน้อย
  • ถ้าต้องการตีกลับแบบ topspin หรือ loop จะเหวี่ยงไม้ลงไปต่ำกว่าระดับโต๊ะมากขึ้น แล้วสวิงไม้ไปข้างบนมากกว่าไปข้างหน้า โดยควบคุมหน้าไม้ให้ตั้งฉากกับพื้นหรือปิดหน้าไม้มากขึ้น หากโต้กลับลูก backspin หนักๆก็ต้องหงายหน้าไม้มากขึ้นตาม

ควรรักษามุมหน้าไม้ให้คงที่ไว้ตลอดช่วงการสวิง อย่าใช้วิธีหงายหน้าไม้แล้วค่อยๆคว่ำลงเพราะจะขาดความแม่นยำ แล้วเมื่อ follow through ไปแล้วต้องรีบเคลื่อนเท้าไปเตรียมพร้อมรับลูกถัดไปจะได้มีเวลาเหวี่ยงไม้อัดแรงได้นานขึ้น

 

 

 

ทั้งนี้มิใช่ว่าเมื่อต้องการจะเหวี่ยงอัดแรงให้มากขึ้นก็จะถอยออกห่างจากโต๊ะมากขึ้นเพื่อช่วยให้ตัวเองมีเวลาเตรียมตัวได้นานขึ้น เพราะการถอยห่างจากโต๊ะเท่ากับการเสนอโอกาสให้คู่ต่อสู้มีเวลาเตรียมตัวบุกได้มากขึ้นเช่นกัน และเนื่องจากระยะที่ยืนห่างจากโต๊ะมีมากขึ้นย่อมส่งผลให้มีระยะที่ต้องก้าวเท้าเข้าหาลูกมากขึ้นตาม

ฝึกปรับระยะการเหวี่ยงอัดแรงให้มีระยะที่เหมาะสม ไม่กว้างไปหรือแคบไป ไม่ช้าไปหรือเร็วไป ฝึกอัดแรงจากอวัยวะที่ให้แรงได้มากโดยใช้การงอขา บิดเอว และบิดลำตัวร่วมกับการเหวี่ยงแขนไปด้านหลัง ทั้งนี้จุดกระทบลูกปิงปองกับหน้าไม้ต้องอยู่หน้าลำตัวเสมอ

 

 

พลังที่เกิดจากการอัดแรง (elastic energy) จะปล่อยแรงออกมามากที่สุดต่อเมื่อใช้เวลาในจังหวะอัดแรงน้อยกว่า 1 วินาที ซึ่งนักปิงปองต้องฝึกฝนอย่างมากให้สามารถเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปรอลูกไว้ก่อน พอลูกปิงปองกระเด้งออกจากไม้คู่ต่อสู้ลอยข้ามเน็ตมาจึงเริ่มจังหวะอัดแรง(มิใช่ว่าอัดแรงรอไว้ก่อนแล้วจึงเคลื่อนตัวเพราะจะสูญเสียพลังที่อัดไว้ในกล้ามเนื้อไปเกือบหมดแล้ว) ดังนั้นนักปิงปองจึงต้องสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงเพื่อช่วยในการเคลื่อนตัวฟุตเวิร์คได้อย่างรวดเร็วด้วย

อ่าน ความเร็วหรือความเร่งที่ให้พลังงานสูงสุด

Copyright of www.TableTennisTip.com - www.facebook.com/TableTennisTip/

Go to top